ลบ แก้ไข

ประโยชน์ของส่วนประกอบยอดนิยมในอาหารเสริม

ประโยชน์ส่วนประกอบสำคัญในอาหารเสริม 

เห็ดถังเฉ่า OMG

เห็ดถังเฉ่าหรือหญ้าหนอนเทวดา สุดยอดสมุนไพรที่มีราคาแพง ใช้เป็นยาบำรุงกำลังและเพิ่มสมรรถภาพทางเพศโดยไม่มีผลข้างเคียง มีสารอาหารมากมาย โดยเฉพาะสารคอร์ไดเซปิน มีฤทธิ์บำรุงไต กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต และมีฤทธิ์บำรุงกำลังทางเพศ ดังนั้นเมื่อกินเห็ดชนิดนี้เข้าไปก็จะส่งผลให้มีเลือดไปเลี้ยงอวัยวะเพศเพิ่มขึ้น

โสม

โสม คือราชาแห่งสมุนไพร ในตำรายาจีนกล่าวถึงสรรพคุณของโสมว่า เป็นยาบำรุงกำลัง สารสกัดจากโสมมีผลต่อการทำงานของร่างกายคือ

1. ระบบภูมิคุ้มกันโรค สารสกัดจากโสมช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงขึ้น โดยการเสริมสร้าง Anti-body และช่วยกระตุ้นเซลของร่างกายให้มีภูมิคุ้มกัน

2. ระบบหัวใจและหลอดเลือด สารสกัดจากโสมส่งผลให้หัวใจแข็งแรงควบคุมการเต้นของหัวใจและควบคุมความดันเลือด ช่วยเพิ่มฮีโมโกบินให้สูงขึ้น ช่วยละลายลิ่มเลือด ลดคลอเรสเตอรอล ขยายหลอดเลือดและป้องกันเส้นเลือดอุดตัน

3. ระบบเผาผลาญอาหาร สารสกัดจากโสมช่วยสร้างระบบความสมดุลในร่างกาย การดึงพลังงานสำรองมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยระบบการย่อยอาหารในกระเพาะ ควบคุมการหลั่งของฮอร์โมน และมีสารที่ช่วยให้ผิวเปล่งปลั่ง

4. มีผลในด้านการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ และการสืบพันธุ์ สารสกัดโสมช่วยเสริมการสร้างตัวอสุจิในเพศชาย และสร้างความแข็งแรงของอวัยวะสืบพันธุ์

 

กระชายดำ

กระชายดำ ได้รับขนานนามว่าเป็น “โสมไทย” สรรพคุณชั้นยอดเพิ่มฮอร์โมนและบำรุงกำลังทางเพศ
 

ใบแปะก๊วย2

ใบแปะก๊วย คือ หนึ่งในสมุนไพรสำคัญที่มากไปด้วยสรรพคุณทางยาและได้รับการยอมรับมาช้านาน โดยเชื่อกันว่ามันเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยระบบหมุนเวียนเลือดให้ดีขึ้นและทำให้สมรรถภาพของร่างกายดีขึ้น รวมถึงที่อวัยวะเพศด้วย ด้วยกระบวนการอันซับซ้อนที่ทำให้อวัยวะเพศชายแข็งตัวนั้น เริ่มจากสมองส่งสัญญาณไปที่อวัยวะเพศทำให้หลอดเลือดขยาย และมีเลือดคั่ง (เพราะวาล์วหลอดเลือดดำจะปิดไว้ เลือดจึงไม่ไหลเวียนออกไป) ดังนั้นถ้ามีความผิดปกติในขั้นตอนเหล่านี้ อวัยวะเพศจะไม่แข็งตัว สาเหตุใหญ่คือ หลอดเลือดอุดตัน เบาหวาน และประสาทผิดปกติ สาเหตุทางจิตใจพบราว 30% เช่น โรคซึมเศร้า ความกังวล และ พิษสุราเรื้อรัง การกินยาบางชนิดเป็นประจำก็อาจเป็นสาเหตุ เช่น รับประทานยารักษาความดันเลือดสูงหรือยาต้านซึมเศร้านานๆ

 

หอยนางรม

หอยนางรม อาหารทรงคุณค่าสำหรับท่านชาย อุดมไปด้วยแร่ธาตุสังกะสี มีส่วนสำคัญในการสร้างสเปิร์มและฮอร์โมนเพศชาย จะทำให้ปริมาณน้ำเชื้อเพิ่มมากขึ้น ป้องกันต่อมลูกหมากโต มีความสำคัญต่อการควบคุมการทำงานของฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) และควบคุมการทำงานของอวัยวะรับสัมผัส (Taste Sensation) ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งช่วยทำให้สเปิร์มเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้น เพิ่มโอกาสการมีลูก นอกจากนี้สังกะสียังช่วยลดความเสี่ยงการเกิดต่อมลูกหมากบวมอักเสบได้อีกด้วย อีกทั้งในหอยนางรมยังมีโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นสารอีกชนิดหนึ่งที่สร้างสารคล้ายฮอร์โมนชื่อ พลอสตาแกลนดิน ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบประสาทในด้านการตอบสนองทางเซ็กซ์ และเคยใช้เป็นสารที่ใช้ฉีดเฉพาะที่ในชายที่เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ช่วยให้ผนังเส้นเลือดคลายตัว ทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะเพศได้ดีขึ้น

 

แมกนีเซียมอ็อกไซด

แมกนีเซียมอ็อกไซด์ ช่วยสังเคราะห์โปรตีนให้ร่างกายและเป็นโคเอนไซม์ที่สำคัญที่สุดชนิดหนึ่งในร่างกาย แมกนีเซียมยังช่วยให้การผลิตฮอร์โมนต่างๆเป็นปกติ ทำให้การทำงานของระบบกล้ามเนื้อและเซลล์ต่างๆดีขึ้น มีผลต่อการทำงานของระบบประสาท ระบบย่อยอาหาร ระบบเลือด ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย และที่สำคัญคือระบบสืบพันธ์ แมกนีเซียมพบได้ใน ผักสีเขียวเข้ม กล้วย ข้าวกล้อง มะเดื่อฝรั่ง อัลมอนต์ ข้าวสาลี ข้าวบาร์เล่ย์ ข้าวโพด จมูกข้าวสาลี เมล็ดพืช เช่น ถั่วลิสง มะม่วงหิมพานต์ งา เป็นต้น

L-arginine

L-Arginine (แอล-อาร์จินีน) เป็นสารอาหารที่จำเป็นในเรื่องสุขภาพทางเพศชาย L-Arginine หากมีปริมาณต่ำจะทำให้ประสิทธิภาพทางเพศและความต้องการทางเพศลดลง L-Arginine ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตเข้าสู่ระบบและปรับปรุงความไวต่อความรู้สึกของเซลล์ นอกจากนั้นยังมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้น Human Growth HORMONE(HGH) ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า L-Arginine ช่วยเพิ่มโกรทฮอร์โมนได้ถึง 300 %
 

วิตามินซี

วิตามินซี เป็นวิตามินที่มนุษย์ไม่สามารถสร้างเองได้ จำเป็นต้องได้รับจากการทานเข้าไป เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สร้างคอลาเจน ช่วยให้เนื้อเยื่อ ผิวหนัง เส้นเลือดไม่เปราะ ยืดหยุ่นได้ดี สร้างฮอร์โมนต้านความเครียด
 

วิตามินอี

วิตามินอี ช่วยป้องกันการทำลายของเซลล์ ลดการเสื่อมของอวัยวะต่างๆ ชะลอความแก่ ทำให้อสุจิแข็งแรงขึ้น




เรียบเรียงเนื้อหาโดย shareherb.com
ที่มา : http://www.omg-center.com

 

โดย Sherbet Rommy ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 25 ก.พ. 58 15:01 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 380 ครั้ง

ใส่อีเมล์เพื่อรับบทความสุขภาพฟรี!



แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่