ลบ แก้ไข

วิธีกินอาหารคนเป็นโรคหัวใจโต


วิธีกินอาหารคนเป็นโรคหัวใจโต
 
        1. หัวใจโต เป็นอาการไม่ใช่โรคน่ะครับ สาเหตุมีมากมาย ไม่สามารถบอกได้เพียงประวัติเท่านี้ แต่หากข้อมูลแค่นี้ น่าจะมีสาเหตุหลักมาจากโรคความดันครับ ส่วนเรื่องนิ่วในไต ต้องมาดูอีกครับว่าชนิดไหน ตำแหน่งไหน เพราะความร้ายแรง/การรักษา ก็ไม่เหมือนกันอีก
 
         2. ควรรับประทานอาหารแบบไหน ?  คำตอบด้านบนก็ถูกต้องครับ
                  - หลีกเลี่ยง/เลิกของเค็ม และที่ใส่เกลือแม้ลิ้นจะบอกว่าไม่เค็ม
                  - หลีกเลี่ยง/เลิกอาหารหวาน ผลไม้หวาน, อาหารมัน ทอด เนื้อหมูสามชั้น  เพราะเป็นการป้องกันเบาหวานและไขมันในเลือดสูงครับ
                  - รับประทานผักผลไม้ (ที่ไม่หวานมาก) สัก 50%ของอาหารในแต่ละวัน ข้าวกล้อง ธัญพืช
                  - บุหรี่ แอลกอฮอล์ ห้ามเลยครับ แม้นั่งใกล้ๆคนสูบบุหรี่ก็ห้าม (เพราะได้ผลไม่ต่างกับคนที่สูบเองครับ)
                   - *** ต้อง *** ไปพบแพทย์เป็นระยะๆครับ ตามนัด เพื่อติดตามอาการ
 
           3. อาการหัวใจโตอันรายมากหรือไม่ ? ต้องดูสาเหตุครับ บางอันก็อันตราย บางอันก็ไม่อันตรายมาก ข้อมูลเพียงเท่านี้บอกไม่ได้ครับ  คงต้องไปตรวจกับรพ.เป็นระยะๆนะครับ แต่ให้คิดไว้ก่อนว่าอันตราย จะได้ไม่ประมาท
 
          4. ชาเขียว ? จากข้อมูลทางการแพทย์โดยไม่ได้อิงผลประโยชน์ใดๆ เท่าที่ผมทราบ ณ ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันชัดเจนจ๋าๆนะครับ แต่ .. มีข้อมูลหลายๆที่บอกว่าการดื่มชาเขียว (ของจริง ไม่ใช่ที่ใส่ขวด 7/11) ช่วยลดไขมันได้ .... สรุปว่าถ้าเป็นคุณพ่อผมเอง คงให้ดื่มได้ครับ แต่ 2-3ครั้ง/สัปดาห์ ไม่มากจนเกินไปนะครับ
 
 โรคหัวใจแก้ไขได้ถ้ารู้วิธี
 

1. รับประทานผักให้มากเข้าไว้

            การ เลือกรับประทานอาหารมีผลต่อโรคหัวใจ ควรเลือกรับประทานอาหารที่มีไขมันน้อยกว่า 20%  การรับประทานผักจึงเป็นสิ่งดี เพราะมีไขมันไม่มาก  ผักสดและผักใบเขียวมีสารแอนตี้ออกซิเดชั่น ช่วยลดอัตราการเกิดไขมันพอกผิวในหลอดเลือด จึงช่วยลดการตีบตันของหลอดเลือดได้

2. รู้จักพักบ้าง

            การทำงานประจำบางครั้งทำให้ เรามีความเครียด เราจึงควรเปลี่ยนบรรยากาศ ไปพักผ่อน หรือผ่อนคลายควมเครียดเป็นระยะๆ เพราะความเครียดเป็นสาเหตุของความดันโลหิตสูงและหลอดเลือดหดตัว  การพักผ่อน หรือหางานอดิเรกทำ เป็นวิธีในการผ่อนคลายความเครียดและเปลี่ยนอิริยาบถจากความจำเจทั้งหลาย

3. ทำใจให้สงบนิ่ง

              การผ่อนคลายที่ได้ผลดีที่ สุด ต้องเข้าถึงจิตใจ จึงจำเป็นต้องหาวิธีทำจิตใจให้สงบ อาจโดยปฏิบัติตามหลักพุทธศาสนา เช่น การนั่งสมาธิ เดินจงกรม แล้วแต่ว่าวิธีไหนที่ถูกกับจริตของเรา เมื่อพักกายแล้ว ต้องฝึกพักใจด้วย ก็จะเกิดประโยชน์อย่างมากมาย


4. ออกกำลังกายเป็นประจำ

              การออกกำลังกายเป็น ประจำเป็นสิ่งสำคัญสำหรับร่างกายและหัวใจ  เราควรเลือกการออกกำลังกายที่พอเหมาะพอดี ถูกวิธี และสม่ำเสมอสำหรับตนเอง สำหรับผู้ที่เป็นโรคหัวใจ ก็ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อดูแลให้ได้รับการออกกำลังกายที่เหมาะสม  เพราะขนาดและประเภทของการออกกำลังในผู้เป็นโรคหัวใจเป็นยาอย่างหนึ่งที่จะ ต้องเลือกและกำหนดขนาด ถ้ามากไปอาจเป็นอันตรายได้
 
               หัวใจโตเกิด จากขนาดหัวใจที่โตกว่าปกตินั้น อาจแบ่งเป็น 2ชนิดใหญ่ๆ คือ โตจากกล้ามเนื้อที่หนาตัวกว่าปกติ ลองนึกภาพคนเล่นกล้าม นักเพาะกาย กล้ามเนื้อใหญ่ขึ้น เพราะทำงานหนัก กล้ามเนื้อหัวใจก็เช่นกัน หากต้องทำงานหนัก บีบตัวมากๆ เช่น ในกรณีความดันโลหิตสูง หรือ ลิ้นหัวใจตีบ ก็ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจหนา ขึ้นได้ อีกประการหนึ่งคือขนาดของหัวใจโต ขึ้นเพราะกล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวไม่ดี มีเลือด คั่งค้างในห้องหัวใจมากคล้ายลูกโป่งใส่น้ำ ทำให้ขนาดโตขึ้น มีหลายโรคที่ทำให้เกิดภาวะหัวใจ ที่เป็นดาราประจำก็ คือ ความดัน โลหิตสูง ลิ้นหัวใจตีบหรือรั่ว หัวใจขาดเลือดหรือกล้ามเนื้อหัวใจตาย เบาหวาน เป็นต้น นอกจากนั้นแล้วโรคของกล้ามเนื้อหัวใจที่หนา กว่าปกติโดยไม่ทราบสาเหตุ โรคหัวใจจากแอลกอฮอล์ ก็เป็นสาเหตุหนึ่งเช่นกัน
 
หัวใจโตมีอาการอย่างไร
 
 
            ผู้ ที่หัวใจโตส่วนใหญ่จะไม่ค่อยมีอาการหากหัวใจยังทำงานปกติ แต่หากหัวใจทำงานผิดปกติจะเกิดอาการต่างๆจากโรคที่เป็น อาการต่างๆได้แก่
 
                       หายใจลำบาก เหนื่อยง่ายกว่าปกติ
                       หายใจเร็ว
                       เวียนศีรษะ อ่อนเพลียง่าย
                       ใจสั่น
                       บวมบริเวณเท้าตอนสายๆ
                       ไอโดยเฉพาะเวลานอน
                        นอนราบไม่ได้เนื่องจากแน่หน้าอก


                ท่านจะต้องประเมิน อาการของท่านให้ดีเพราะบางครั้งอาการต่างๆค่อยๆเป็นไปจนกระทั่งคิดว่ามัน เป็นเรื่องปกติ ท่านอาจจะเปรียบเทียบกับคนที่อยู่ในวัยเดียวกับท่านและมีวิถีชีวิตเหมือนกับ ท่านว่าท่านมีอาการต่างๆมากกว่าเขาหรือเปล่า หากมากกว่าหรือท่านไม่แน่ใจให้ไปพบแพทย์เพื่อประเมิน
 
                  การตรวจร่างกายจะบอกได้หากหัวใจมีขนาดโตมาก แต่โดยทั่วไปแล้ว การตรวจร่างกายจะมุ่งหาสาเหตุของหัวใจโต มากกว่าที่จะ บอกขนาดของหัวใจ การตรวจที่จำเป็นคือคลื่นไฟฟ้าหัวใจ และ เอกซเรย์ทรวงอก (ปอดและหัวใจ) หากกล้ามเนื้อหัวใจหนากว่าปกติมาก หรือ เคยมีปัญหา กล้ามเนื้อหัวใจตายมาก่อน จะแสดง ให้เห็นจากคลื่นไฟฟ้าหัวใจ แต่อย่างไรก็ตามคลื่นไฟฟ้าหัวใจเป็นการตรวจที่มีความไวต่ำ หมายความว่า แม้คลื่นไฟฟ้า หัวใจปกติ ก็มิได้หมายความว่าหัวใจไม่โต หรือ ไม่มีโรคหัวใจขาดเลือด คลื่นไฟฟ้าหัวใจอาจบอกว่าโต แต่จริงๆแล้วไม่โตก็ได้ เอกซเรย์ ทรวงอกบอกขนาด หัวใจได้ดีพอสมควร แต่ก็ผิดพลาดได้ง่าย เพราะขึ้นกับเทคนิค ระยะห่างระหว่างหัวใจกับฟิล์ม การหายใจ เป็นต้น
 
                   บ่อยครั้งที่ดูว่าหัวใจโตจาก เอกซเรย์ แต่จริงๆแล้วขนาดหัวใจปกติ ไม่โตเลย ในทางกลับกันเอกซเรย์บอกว่าปกติแต่ความจริงมีกล้ามเนื้อหัวใจหนากว่าปกติมาก ก็เป็นได้ ต้องเข้าใจว่า การตรวจเหล่านี้ ล้วนมีข้อจำกัดทั้งสิ้น บ่อยครั้งที่แพทย์สั่งตรวจพิเศษเหล่านี้หลายๆอย่าง ทั้งนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลมากที่สุด เพื่อประกอบการตัดสินใจ ในการให้ความเห็นและรักษา กรุณาอย่าคิดว่าแพทย์สั่งตรวจมากๆเพราะไม่เก่งหรือเพราะต้องการค่าแพทย์มากๆ



สาเหตุของหัวใจโต
 
       ผู้ที่หัวใจโตบางท่านอาจจะไม่มีสาเหตุแต่ส่วนใหญ่จะมีสาเหตุ ได้แก่

             ความดันโลหิตสูง สำหรับท่านที่ความดันโลหิตสูงอย่างต่อเนื่องหัวใจท่านจะทำงานหนักจึงทำให้หัวใจโต
ท่านที่มีโรคลิ้น หัวใจ ไม่ว่าจะลิ้นหัวใจตีบหรือลิ้นหัวใจรั่ว หรือมีการอักเสบติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจ โรคต่างๆเหล่านี้จะทำให้หัวใจโต

               โรคของกล้ามเนื้อหัวใจเอง ที่เรียกว่า cardiomyopathy เช่นผู้ที่ดื่มสุราเป็นเวลานานกล้ามเนื้อหัวใจจะถูกทำลายทำให้หัวใจโต

                โรคหัวใจพิการแต่กำเนิด เช่นผนังหัวใจรั่วเป็นต้น

                ผู้ที่เป็นโรคหัวใจเต้นผิดปกติก็จะทำให้หัวใจโต

                ผู้ที่เป็นโรคความดันในปอดสูงก็จะทำให้หัวใจโต

                ผู้ที่มีโลหิตจางหรือซีดเป็นเวลานาน

                โรคของต่อมไทรอยด์ไม่ว่าต่อมจะทำงานมากไปหรือน้อยไปก็ทำให้เกิดหัวใจโต
สำหรับท่านที่รับประทานธาตุเหล็กมากไปจะมีการสะสมธาตุเหล็กเกิดโรค hemochromatosis
มีความผิดปกติ เกี่ยวกับโปรตีนทำให้มีการสะสมโปรตีนในกล้ามเนื้อหัวใจที่เรียกว่า Amyloidosis

จะป้องกันหัวใจโตได้อย่างไร
 

 การป้องกันหัวใจโตจะต้องป้องกันไม่ให้เกิดโรคที่ทำให้หัวใจโตแนวทางป้องกันมีดังนี้
 
             สำหรับท่านที่มี ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง เช่น อ้วนไม่ได้ออกกำลัง มีประวัติครอบครัวเป็นโรคความดันโลหิตสูง ท่านจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดโอกาสในการเกิดความดันโลหิตสูง สำหรับท่านที่มีความดันโลหิตสูงแล้วท่านต้องรับประทานยาและปฏิบัติตามแพทย์ สั่งโดยเคร่งครัด

             สำหรับโรคทาง พันธุกรรมคงจะหลีกเลี่ยงยาก แต่ท่านอาจจะหยุดโรคโดยสอบประวัติครอบครัว หากภรรยา/สามี มีประวัติโรคหัวใจในครอบครัว ท่านควรปรึกษาแพทย์

              รักษาปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ


การตรวจเพื่อหาสาเหตุของหัวใจโต

             การตรวจรังสีปอดและหัวใจซึ่งจะบอกได้ว่าหัวใจโตหรือไม่ แต่ไม่ได้บอกสาเหตุของหัวใจโต เป็นการตรวจเบื้องต้นเท่านั้น

คลื่นไฟฟ้าหัวใจ ซึ่งจะวัดไฟฟ้าหัวใจว่าหัวใจเต้นผิดปกติหรือไม่ และกล้ามเนื้อหัวในหนาหรือไม่
การตรวจหัวใจด้วย คลื่นเสียงความถี่สูงซึ่งจะบอกว่ากล้ามเนื้อหัวใจหนาหรือไม่ การบีบตัวของหัวใจเป็นอย่างไร ยังสามารถดูลิ้นหัวใจ เยื่อหุ้มหัวใจ การตรวจ computer scan ซึ่งจะให้รายละเอียดของหัวใจค่อนข้างมาก
การเจาะเลือดตรวจ ในรายที่จำเป็นอาจจะต้องฉีดสีเพื่อดูเส้นเลือดหัวใจ และอาจจะจำเป็นต้องตัดชิ้นเนื้อหัวใจส่งตรวจ

การรักษาหัวใจโต
 
                การรักษาหัวใจโตจะมุ่งเน้นไปที่การรักษาต้นเหตุ แต่หากผู้ป่วยเกิดอาการก็จำเป็นต้องได้ยาเพื่อรักษาอาการ ยาที่มักจะใช้ได้แก่
 
               ยาขับปัสสาวะ ซึ่งมีหลายชนิดให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม ยาที่สามารถเลือกใช้ได้แก่ furosemide,   spironolactone ,hydrochlorothaizide ใช้ในกรณีที่มีอาการบวม และมีอาการของหัวใจวาย Angiotensin-converting enzyme (ACE) inhibitors ใช้ลดความดันและรักษาอาการหัวใจวาย Angiotensin receptor blockers (ARBs)ใช้ลดความดันและรักษาอาการหัวใจวาย  Beta blockers ใช้ลดความดันและอาการหัวใจวาย Digoxin ใช้รักษากรณีที่มีการเต้นของหัวใจผิดปกติ  การรักษาอื่นๆที่อาจจะมีความจำเป็น
 
             สำหรับผู้ที่หัวใจเต้นผิดปกติก็อาจจะจำเป็นต้องใช้เครื่องควบคุมการเต้นของหัวใจ การผ่าตัด โดยเฉพาะผู้ที่มีความผิดปกติของลิ้นหัวใจ  การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ  การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม  นอกจากจะใช้ยาแล้วการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจะทำให้ควบคุมอาการได้ดียิ่งขึ้น
 


เรียบเรียงโดย Shareherb.com
ที่มา : http://healthfood.muslimthaipost.com/
 

โดย good life ดูบทความของฉันทั้งหมดที่นี่
วันที่ 13 มิ.ย. 57 17:00 น.
เนื้อหานี้เปิดอ่านแล้ว 259 ครั้ง

ใส่อีเมล์เพื่อรับบทความสุขภาพฟรี!



แสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่